ชื่อเว็บไซต์  

E Mail : somchay-1@hotmail.com โทรสายด่วน คุณ สันติ 089 669 1099                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          
 

l

 สถิติวันนี้ 34 คน
 สถิติเมื่อวาน 25 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
581 คน
15623 คน
432718 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-30

                                                              

สาระ วิธีทำความสะอาด

ความรู้เรื่องรอยร้าวของพนังอาคาร 

ตัวอย่างการเคลือบสาร 

ภาพเมืองเก่าในอดีต

เทคนิค แต่งรถให้สวย...

ขายกะบะมิซูแกรนดิสมือสอง

บทความ เรื่องแกนโลกเอียง

ความเป็นจริงของ

เกาหลีเหนือที่ไม่เคยถูกตีแผ่

มะเร็ง..คุณมีโอกาศหาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาระ วิธีกำจัดกลิ่นเหม็น 



ผม..นิกกี้ อิทธิเกษม KU37 อดีตนายกสมาคมม.เกษตรฯแห่งอเมริกา จะขอเล่าประสบการณ์ที่เคยสัมผัสมากับตัวเองเมื่อปี 2007 เพื่อเป็นcaseตัวอย่างและเป็นทางออกให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหลาย
    ผมมีร้านอาหารอยู่ในเขตN.Hooywood วันหนึ่งกลางปี2007 ผมได้มีโอกาสเจอลูกศิษย์เก่าที่เคยมาเรียนแจกไพ่ที่ร้าน ถามทุกข์สุขกันไปมา ถึงได้รู้ว่าเขาเคยเป็นมะเร็งที่คอ 1 ครั้ง,มะเร็งที่ต่อมลูกหมาก 1 ครั้ง ปัจจุบันหายเป็นปลิดทิ้ง รวมทั้งพี่น้องญาติอีก8คนที่เป็นมะเร็งภายในเวลา5ปี ทุกคนหายหมด ผมจึงเกิดความกระตือรือร้นที่จะถามว่า มีวิธีรักษากันอย่างไร?
    วันนั้นคุณแม่เขามาด้วยจึงอธิบายให้ฟังว่า "ฉันมีต้นจิงจูฉ่ายอยู่ในสวนหลังบ้านเยอะ ปกติก็จะใส่ในแกงจืดให้ลูกๆกินเป็นประจำ เพราะคนจีนบอกต่อๆกันมาถึงสรรพคุณช่วยฟอกเลือดและขับสารพิษออกจากร่างกายทำให้ลูกๆไม่ค่อยเป็นอะไร วันหนึ่งลูกฉันไปตรวจหมอกลับมา บอกว่าเป็นมะเร็ง อีก2เดือนต้องไปฉายแสง ฉันจึงลองเอาจิงจูฉ่าย1กำมือมาตำ จะได้น้ำออกมาแก้ว(เล็ก)หนึ่ง ให้เขากินตอนเช้าทุกวัน 2เดือนถัดมาไปตรวจหมอ หมอถามไปทำอะไรมา ทุกอย่างปกติหมด มะเร็งได้หายไปแล้ว"
     หลังจากคุยกันพักหนึ่ง ผมก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า คน8คนเป็นมะเร็งในที่ต่างกัน กินน้ำจิงจูฮวยฉ่าย 2-3เดือน ทุกคนหายหมด(ไม่มีใครต้องทำคีโมเลย) ผมจึงเกิดความเชื่อถือขึ้นมาระดับหนึ่ง
     ก่อนหน้านั้น พี่สะใภ้ผม2คน(ปี2006) เป็นมะเร็งที่เต้านม,มดลูก คนหนึ่งต้องทำคีโม ใช้วิธี"นั่งสมาธิ"ทุกวัน 8เดือน หายเป็นปกติ
     ต่อมาผมได้ต้นจิงจูฉ่ายมา1ต้น จากคุณแม่ของลูกศิษย์ จึงรีบนำมาเพาะขยาย ปลายปี2008 ผมได้รู้ว่าแม่ค้าที่เช่าที่ในร้านผมคนหนึ่งเป็นมะเร็งเต้านมขั้น3 หน้าคล้ำ เดินตัวแข็งแล้ว ผมรีบเชิญมานั่งคุยเล่าเรื่องจิงจูฉ่ายให้ฟังและเรื่องพี่สะใภ้นั่งสมาธิ ก็เลยแนะนำให้ทำ2อย่างควบคู่กันไป เชื่อไหมว่า 3 เดือนถัดไป หายเป็นปลิดทิ้ง (ผมให้เขาไปเพียง1ต้นไปปลูกและ เด็ดใบทานเลยวันละ1ใบ เพราะมีน้อย ก็ยังได้ผล)
     ปี2009 ผมมีต้นจิงจูฉ่ายมากขึ้นและแจกจ่ายให้กับคนรู้จักหลายคน ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่าง3เดือน ทุกคนอาการดีขึ้นหมด ถ้าเราอยากช่วยผู้ที่เรารักและห่วงใยซึ่งกำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผมแนะนำวิธีนี้ ถ้าคุณต้องทำคีโมก็ทำไป กินใบจิงจูฉ่ายและนั่งสมาธิผมว่าคุณมีโอกาสหาย
     ผมพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าผักชนิดนี้ แพมย์จีนโบราณเรียกว่า"ยาเย็น"เป็น"หยิน"ช่วยฟอกเลือด,ขับสารพิษ..ฆ่าเชื้อไวรัสทุกชนิด..เพื่อนku37คนหนึ่งลองให้ลูกกิน เนื้องอกที่คอก็ยุบลง
     เนื่องจากที่LA.เรามีน้อยมาก ถ้าเกิดใครต้องการมากๆ(จริงๆต้องทานวันละ1กำ)ลองคุยกับคุณน้อยที่สวนคุณน้อย จ.เชียงใหม่www.nadagarden.com เขาขายกก.ละ 35 บาท
     ใครเป็นมะเร็งลองดูซิครับ ทานแล้วยังไงก็ไม่มีผลข้างเคียง แต่ คุณมีโอกาสหายครับ.
 

ไลฟ์สไตล์มรณะ ทั้ง 14 ประการ....นพ.กฤษดา ศิรามพุช , พบ.(จุฬาฯ)
 

   เซลล์มะเร็ง เป็นคล้ายสัตว์กินเนื้อที่ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการแตกรากออกไปดูดกินสาร
อาหารจากในร่างกายจนทำให้ผ่ายผอมและกลายเป็นรังมะเร็งในที่สุด 
แต่ถ้าท่านยังไม่อยากสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในกายประเภทสวนลอยแห่งมะเร็งไว้แข่งกับ
บาบิโลน ก็ขอให้เลี่ยงวิถีที่จะเปลี่ยนกายให้เป็นแม่เหล็กดูดมะเร็งชั้นดี


 

ขอให้เลี่ยงพฤติกรรมที่มะเร็งโปรดทั้งหลายต่อไปนี้ ครับ

1)
นอนดึก  ทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนั้นยังจะทำให้เกิดโรคร้าย อื่นได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน ด้วยว่าเมื่อนอนดึกแล้วมักจะหิวและ
ต้องหาของขบเคี้ยว มากินแก้ปากว่างกัน

2)
สูบบุหรี่และขี้เหล้า    ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้ปอดและตับทำงานหนัก แม้จะสูบซิการ์ซึ่งมี นิโคตินต่ำกว่าบุหรี่ก็ตามที หรือดื่มเหล้าแบบกลั่นอย่างดีของฝรั่ง แต่ตัวมันเองก็สร้าง   
" สนิมมะเร็ง " ออกมาไม่น้อย  ทำให้คนที่เสพทั้งแก่เร็วและตายไวได้จากโรคมะเร็งครับ

3 ) เอาแต่ไขมันเข้าปากและอยากแต่เนื้อแดง
  ไขมันอิ่มตัวและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็งที่จะใช้เจริญเติบโตได้ไม่แพ้ทารกเกิดใหม่   มันจะสร้างหลอดเลือดยื่นไปดูดกินเลือดเนื้อของเราจนแทบไม่เหลือเลือดอันสมบูรณ์ไปเลี้ยงอวัยวะอื่น  ตัวเราจึงผอมเอาๆ   ตรงข้ามกับมะเร็งกาฝากที่โตไวไม่มีลิมิตชีวิตหดหู่แน่

4) แฝงด้วยเครียดจัด
   จนมีสารทุกข์หลั่งออกมาหล่อเลี้ยงมะเร็งให้โตขึ้นเร็วราวกับ น้ำมันราดบนกองไฟให้คุโชนขึ้น


 

5) ไวรัสตับอักเสบบีและมีภูมิแพ้ที่รักษาไม่หาย    ดังที่กล่าวไปว่า  ถ้าภูมิดีก็มีพลังต้าน
มะเร็งได้ตั้งแต่ในเซลล์แรกที่อุตริเกิดขึ้นมา  ด้วยตามปกติในกายเราก็มีเซลล์แบบมะเร็ง
นี้เกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ทุกวัน

6) ปล่อยกายให้อ้วน
  สร้างให้เกิดธาตุแก่ออกมาแช่อิ่มอวัยวะภายในร่างกาย และไขมันตาม ตัวยังสร้างให้เกิดฮอร์โมนกระตุ้นให้มะเร็งแบ่งตัวดีขึ้นด้วย


 

7) ล้วนขาดวิตามิน  ด้วยวิตามินทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งให้ดับเป็นจุณไป ก่อนที่จะเผยอ
หน้าขึ้นมาแบ่งตัวปนเปไปในร่างกายเรา

8) กินของร้อนจัดไป
     ช่น ซดชาร้อนหรือกาแฟร้อนจัดประเภทควันฉุย จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบอยู่ทุกบ่อย เมื่ออักเสบเป็นอาจิณก็จะมีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งง่ายขึ้น

9) ทำให้คอเลสเตอรอลลดต่ำ
   พบว่าถ้าต่ำเกินไปก็ไม่ดีครับ มีผลกับภูมิคุ้มกันที่แย่ลง เมื่อภูมิต่ำแล้วก็จะหมดปัญญาต้านเซลล์มะเร็งที่จะเข้ามาหา


 

10) กลั้นปัสสาวะ  น้ำปัสสาวะเป็นของเสีย  ยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้นมันก็ไม่ 
ต่างอะไรกับน้ำนิ่งในคลองแสนแสบ   ซึ่งทิ้งไว้ไม่นานจะกลายเป็นน้ำเน่า แต่ถ้าเน่าใน
กระเพาะฉี่เรา  ก็มีผลให้เกิดเซลล์มะเร็งงอกขึ้นมาได้

11) ป ะทะเค็มจัด
   พบว่าสิ่งมีชีวิตที่ทานอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะ ในอาหารจำพวกเนื้อเค็ม เนื้อแห้ง หมูแดง ที่นอกจากเค็มแล้วยังมีสีแดงดีจากดินประสิวอีกด้วย

12) ประวัติมะเร็งในครอบครัว
   มะเร็งร้ายในครอบครัวบางอย่างสามารถถ่ายทอดมาทาง พันธุกรรมได้  แม้จะไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์แต่ต้องรับไว้ด้วยความไม่เต็มใจ  เช่น มะเร็งเต้านม
มะเร็งลำไส้ใหญ่   แต่ถ้าป้องกันไว้ดีๆ แล้วบางทีก็ไม่เกิดขึ้นมาครับ

13) ตัวตากแดดบ่อย
  แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ของคุณให้สะดุ้งตกใจ  จน เครื่องในรวนหมดครับ  เมื่อเครื่องในรวนแล้วก็ไม่สามารถที่จะคุมการแบ่งตัวได้ ทำให้
แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง  กลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

14) ไม่ค่อยช่วยใคร
   ถ้าพูดให้ง่ายเข้า  คือเห็นแก่ตัว  และไม่ค่อยได้ทำบุญนั่นเอง เพราะ เมื่อใดก็ตามที่ได้หมั่นช่วยเหลือผู้อื่นจนชินแล้ว  เรามักไม่ค่อยได้นึกถึงตัวเองนัก และเมื่อ
ไม่หมกมุ่นกับตัวเองแล้วก็ไม่ค่อยเกิดความ " อยาก "  อันนำไปสู่ความเครียดร้อนอกร้อนใจ
หรือถ้าไม่มีเวลาก็แค่อนุโมทนากับบุญที่เราได้พานพบก็ทำให้มี "สารสุข " หลั่งออกมา
เสริมภูมิรู้สู้มะเร็งแล้วครับ  

ด้วยวิถีแห่งการมี

 " ไลฟสไตล์มรณะ " ทั้ง 14 ประการ ดังที่ได้กล่าวไปก็จะทำให้ได้มะเร็งมาเป็นเจ้าของอย่างง่ายดาย  


ขอบคุณ ข้อมูลดี ๆ จาก....


นพ.กฤษดา ศิรามพุช , พบ.(จุฬาฯ)ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ   แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์  ( American

Copyright (c) 2006 by Your Name